กลับมาแล้ว หลังจากหายไปนาน....
ไปออกลูก ----- --------" *นี่ชั้นตัวอะไรฟร่ะ???*
กร๊ากกกกก ไปให้หมอเอาน้องจ๋า หรือจิบิ ออกมาซะที.....
อยากเจอตั้งนานแล้ว....หุ หุ คราวนี้สมใจ....
แต่....
มันไม่ได้ง่ายๆ อย่างที่ใครๆ ว่าไว้น่ะสิ --- ---;;
มาดูกันดีกว่าว่า กว่าจะได้เจอน้องจ๋าเนี่ยมันทรหดอดทนยังไงแค่ไหน....
เริ่มต้นที่คืนวันศุกร์....ไม่ใช่สิ ต้องวันเสาร์ 19 ส.ค. แล้ว ตอน 03.15 น.
เริ่มรู้สึกแปลกๆ ละ เพราะว่าน้องจ๋าที่อยู่ในพุงเริ่มดิ้นไปดิ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
แถมดิ้นติดๆ กันอีก.....อุ้ย...เริ่มเจ็บมากขึ้นทุกครั้งแล้วอ่ะดิ
ก่อนหน้านั้นอาทิตย์นึง ไปหาหมอ คุณหมอบอกว่า "น้องจ๋ากลับหัวแล้วนะ"
แล้วเย็นวันศุกร์ที่ 18 ก็ไปหาหมอมา หมอยังบอกเลยว่า ถ้าเจ็บท้องถี่ๆ เมื่อไหร่ให้ไป รพ.ได้เลย
ประมาณว่าน้องจ๋าเตรียมจะออกมาได้ในทุกเมื่อ
04.00 น. เริ่มเจ็บท้องมากขึ้น ไม่ใช่เจ็บแบบในละครที่ร้องโอดครวญนะ
แต่แบบมันเจ็บเพราะมดลูกบีบตัวถี่ขึ้น ซึ่งมันผิดปกติ (ปกติมดลูกก็บีบตัว แต่นานๆ ที)
เลยเริ่มลงมือเก็บของ (ประมาณว่าอิตารุคาว่าเพิ่งซักผ้าที่จะเตรียมไว้ให้น้องเมื่อคืนพอดี)
ก็เลยเก็บข้าวของ เตรียมเอาไป รพ. และเตรียมไว้ไปบ้านแม่เลย เพราะจะได้ให้รุคาว่าหยิบไปให้
05.35 น. นั่งรถออกจากบ้าน....ด้วยความที่เก็บของไปเรื่อยๆ จนเสร็จ....ใจเย็นจังนิ 5555
05.53 น. ไปถึง รพ.ศิริราช ได้ที่จอดรถช่องแรกเป๊ะ! ; P
07.00 น. เข้ารอตรวจในห้องคลอดพิเศษ ถ้าฝากกับหมอแบบพิเศษจะได้รอคลอดที่ห้องนี้โดยปริยาย
ถ้าคนทั่วไปจะเป็นห้องคลอดสามัญ หรือจะเลือกคลอดแบบพิเศษก็ได้ แต่จะได้คลอดกับหมอประจำบ้าน (หมอเวร)
เข้ามาที่ห้องคลอดเค้าก็จะสวนทวาร เอาสิ่งสกปรกออกให้หมดก่อนเลย และก็จะโกนขนตรงนั้นด้วย กึ๋ยส์ >_<~!!
โล่งเชียว >.<~!! 555555555555
08.15 น. เค้าให้กินข้าวเช้า ก็กินได้นิดเดียวเพราะคุณพยาบาลบอกว่าอย่ากินมาก เดี๋ยวจะอาเจียน
เอาล่ะสิ ยิ่งกลัวๆ อยู่ไอ้อ้วกๆ เนี่ย -- ---" เลยซัดไปแค่ไม่ถึงครึ่ง....อาหารโรงพยาบาล...อย่างว่า -- ---"
เค้าจัดแจงให้เจ๊นอนรอให้ห้องบนเตียงที่มีขาหยั่งเสร็จสรรพ นั่นคือ ห้องรอคลอด นั่นแหละ แบบว่าใครจะคลอดก็คลอดได้เลย
บรรยากาศในห้องนั่นก็ประมาณเป็นล็อคๆ 8-10 ล็อคได้ แต่ละล็อคก็จะมีคุณแม่ใกล้คลอดมานอนรอตามห้องเรื่อยๆ
การรอคลอดนั้นใช่ว่าจะง่ายๆ เพราะเค้าต้องเอาสายรัดมารัดที่หน้าท้อง 2 เส้น
เส้นแรกคือ เส้นที่ตรวจการบีบตัวของมดลูก เส้นที่ 2 คือ เส้นตรวจจับการเต้นหัวใจของทารกที่อยู่ในครรภ์
มันจะแสดงค่าที่หน้าจอ....ทันสมัยดี ^ ^ เวลาปวดท้องตอนมดลูกบีบตัว ตัวเลขก็จะวิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ 70..80...120...
แล้วก็ตกลงมาเหลือ 20..30 ประมาณนั้น.....ส่วนหัวใจลูกก็จะอยู่ที่ประมาณ 120-150
ตอนรออยู่ช่วงนี้ก็จะได้ยินคนที่อยู่ห้องตรงข้ามเค้าร้องๆ
เอาล่ะสิ...ร้องแบบปวดท้อง.....รู้สึกว่าน้ำเดินด้วย...น้ำเดินคือน้ำคร่ำแตกน่ะ
พยาบาลเค้าก็มาบ่นๆ ว่า เอ้าคู๊ณ...มีน้ำออกมาแล้วทำไมไม่บอก....แน่ะ! ดุ เค้าอีก -- ---"
ให้ความรู้นิดนึงว่า แม่จะตั้งครรภ์ประมาณ 40 สัปดาห์ นับจากวันแรกที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย
ระยะ 36 สัปดาห์เป็นต้นไป เด็กจะสมบูรณ์พร้อมเพียงพอที่จะออกมาลืมตาดูโลก แต่จะเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ เป็นคนๆ ไปนะ
อาการที่บ่งบอกว่าน้องน่าจะพร้อมที่จะออกมาแล้ว แม่จะสังเกตได้จาก
1. มีน้ำเดิน หรือถุงน้ำคร่ำที่หุ้มตัวเด็กแตก ทำให้มีน้ำไหลออกมาเหมือนฉี่ราด (กรณีเจ๊ไม่มี...-- --?)
2. มีอาการปวดท้องถี่ๆ กระชั้นๆ 5 นาทีเจ็บที นั่นคือมดลูกเริ่มบีบตัวเร็วขึ้น
3. มีเลือดออกจากช่องคลอด
ถ้ามีอาการ 1/3 นี้ ก็แสดงว่าต้องมา รพ. ได้แล้ว....น้องใกล้จะออกมาแล้ว...
08.50 น. พยาบาลเค้าบอกว่าให้ออกไปหาญาติ ซึ่งก็คือรุคาว่าที่นั่งรออยู่นั่นเอง ประมาณว่าให้ไปบอกว่าเจ๊ต้องอยู่รอในนี้
เค้าจะกลับไปรอที่บ้านก่อนหรือจะรอที่หน้าห้องก็ได้ (หน้าห้องจะมีชุดรับแขกอยู่) ก็ได้เข้าไปคุยกับรุคาว่าแป๊บนึง
รู้สึกรักเค้าขึ้นมากเป็นกอง แบบว่า เจ๊ได้เจอหน้าเค้าแล้วใจมันหวิวๆ น่ะ
ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังไม่รู้ความคืบหน้าของน้องในท้องเท่าไหร่เลย
11.00 น. ช่วงวิกฤตแบบเบาะๆ ก็เริ่มขึ้นด้วยการมีคนใกล้จะคลอดมา แล้วไอ้ล็อคที่เจ๊นอนอยู่ขณะนั้นคือล็อค 3
ก็ยังไม่รู้ชะตาว่าจะออกเมื่อไหร่ (ตัวเจ๊เองนั่นแหละ) เค้าเลยลาก(แกมไล่)ให้เจ๊ไปนอนที่ ล็อค 8 ก่อน
เพื่อล็อคนั้นจะได้เอาคนใกล้จะคลอดเข้าไปแทน.....ในล็อค 8 ก็จะมีอีกคนที่นอนรออยู่ เค้าบอกว่าเค้ามารออยู่ 2 วันแล้ว
หึ หึ จากนั้นก็นอนเล่นไปเรื่อยๆ หมอประจำบ้าน(หมอเวรในขณะนั้น) ก็ได้แจ้งกับเจ๊ว่าได้โทรไปบอกหมออนุวัฒน์ให้แล้ว
(นพ.อนุวัฒน์ = หมอที่เจ๊ฝากท้องด้วย)
คุณหมอเค้าบอกให้เช็คดูว่าเจ๊เจ็บท้องจะออกจริงๆ หรือแค่เจ็บหลอกๆ เท่านั้น คุณหมอเวรก็จัดการเช็คด้วยการรัดหน้าท้องต่ออีก
ทั้งๆ ที่ตอนกินข้าวเมื่อกี้กับที่ออกไปหารุคาว่าเค้าเอาออกแล้วนะ -- ---" เจ็บดีจัง....มันจะเจ็บช่วงที่มดลูกบีบตัวแล้วท้องก็แข็งเกร็ง
มันก็จะโดนไอ้สายรัดหน้าท้อง 2 เส้นและก็ตัววัดซึ่งจะเป็นก้อนกลมๆ ใหญ่ๆ โคดดดดอึดอัดเลย....
ระหว่างที่รอ ก็ได้แต่นอนฟังทั้งระยะใกล้และระยะไกล.... U_U
ฟังอะไรล่ะ?? ไม่ใช่เพลง J-rock เสียงตัวฮิโดะ หรือ เสียงน้องเคียวอะไรทั้งนั้น -------- ---------"
ก็เสียงบรรดาแม่ๆ ที่ค่อยๆ ทยอยร้องโอดครวญกันเรื่อยๆ น่ะสิ....
มีความรู้จะอธิบายอีกแล้ว.....เรื่องของระยะการคลอดลูก.....
คือเมื่อครรภ์ของแม่ครบตามกำหนดที่น้องจะออกมาแล้วอ่ะนะ.....
แม่ก็จะเริ่มมีอาการบีบตัวของมดลูก....ก็คือการเจ็บถี่ๆ ขึ้นเรื่อยๆ นั่นแหละ.....แต่ก็จะเว้นระยะสักพักแล้วก็เจ็บขึ้นมาอีก
อารมณ์ประมาณเหมือนปวดท้องตอนมีประจำเดือนแหละ....เคยเป็นกันใช่มั้ย?
แต่ประจำเดือนจะเจ็บแค่ท้องน้อยล่างๆ แต่ถ้าเจ็บท้องคลอดจะเจ็บบริเวณกว้างกว่า เพราะมดลูกขยายตามตัวลูก
การบีบตัวของมดลูกเรื่อยๆ นั้น จะทำให้ปากมดลูก หรือช่องทางออกของลูก จะค่อยๆ เปิดเรื่อยๆ
อย่างพวก เลือด น้ำคร่ำ ก็จะออกมาจากทางนั้นแหละ
ปากมดลูกจะเปิดอยู่ที่ 10 ซม. ถึงจะคลอดได้.....นั่นแหละ --- ---" คือความทรมานทรกรรมล่ะ....
เพราะว่า กว่าจะเปิดทีละเซน....ล่ะมิงเอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย~~~ >_<~!!!!
ระยะเวลาครบ 10 เซน จะอยู่ที่ประมาณ 10-12 ชม. สำหรับท้องแรก แต่ถ้าท้องถัดมาอาจจะเร็วกว่านั้น หุ หุ
ก็นอนรอให้มันเปิดไปเถอะคู๊ณณณณณณณณ~ คุณพยาบาลจะมีการกระตุ้นยาให้มดลูกบีบตัวถี่ขึ้น
ซึ่งจะฉีดเข้าทางสายน้ำเกลือ จะทำให้เราเจ็บท้องเร็วขึ้นน่ะ แต่นั่นก็คือ 10-12 ชม. แหละ
ถ้าไม่กระตุ้น หรือมีใครคิดว่าจะไปกระตุ้นทำไม.....มิงเอ๊ย~~~ จะเจ็บกันไปอีกกี่วัน กว่าจะคลอดน่ะเห๊อะ???
ช่วงปากมดลูกเปิด 7-8 ซม. น่ะ เป็นช่วงสิเน่หาน่าภิรมย์ซะเหลือเกิน คราวนี้แม่แต่ละคนน่ะ จะผรุสวาจาออกมาแต่ละอย่าง
ไม่ร้อง ไม่กรี๊ด ไม่โอดโอย ให้เตะเลย ! แต่ละคนจะไม่มีใครกลั้นได้เลย....แล้วอิชั้นก็นอนรอฟัง หึ หึ ฟังมันเข้าไป !
ตอนช่วงแรก 1-5 ซม.จะเจ็บทั้งท้องเลย แต่ช่วงนี้การเจ็บท้องจะเริ่มลดต่ำลง เหมือนเจ็บประจำเดือนเลย คือจะครึ่งท้องช่วงล่างลงไป
และเมื่อครบ 10 ซม.แล้ว....ยัง...ยังไม่ได้ออกหรอกคับท่าน!
เพราะมันยังมีเส้นทางจากปากมดลูกไปจนถึงทางออกของคุณแม่อีก ก็ที่เรียกว่า ช่องคลอด นั่นแหละ...
โฮ๊ะ ๆ ๆ ไอ้ช่วงตรงนั้นแหละ กว่าเด็กจะอิดออดเดินทางมาถึงจนให้รู้สึกว่า แม่คนนั้นอยากจะเบ่งอึแล้ว
อย่างกะฟัง cd drama บันเทิง....เสียดายที่ไม่ได้นับว่ากี่คน ช่วงที่เด็กใกล้จะมาปากทาง หรือไม่ก็หมอสอดนิ้วเข้าไปแล้วเจอหัวเด็ก
พยาบาลทั้งหลายในห้องนั้นก็จะไปรวมตัวกันให้คุณอบอุ่น ^ ^ แล้วก็ช่วยกันส่งเสียง ฮึ้บบบบบ....ฮึ้บบบบบบ.... เบ่ง คะ เบ่งงง
จนกว่าเด็กจะออกมานั่นแหละ.....ระยะนี้ก็กว่าจะ ฮึ้บบบบบ กันได้แต่ละครั้ง....หุ หุ --- ----"
อีกนิดตรงที่ว่า พอเด็กโผล่หัวออกมาแล้ว หมอจะบอกให้หยุดเบ่ง เพื่อเค้าจะได้ทำความสะอาดหน้าตาเด็กก่อน ก็ชุ่มไปด้วยเลือด
แล้วเค้าจะให้เบ่งอีกเฮือก ให้ตัว แขน ขา หลุดออกมาด้วย.....เด็กออกมาทั้งตัวนั่นแหละ หมอก็จะจัดการให้แม่ดู
และก็ต้องรอ รก หลุดออกตามมาก่อน ถึงจะเย็บแผลได้ นั่นคือกระบวนการคลอดที่แสนจะทรหดอดทน.....
กลับมาว่าด้วยเรื่องนอนรอฟัง cd drama กำเนิดชีวิตใหม่.....
หลังจากเค้าฮึ้บบบบ ฮึ้บบบบ กัน ก็จะมีตะโกนต่อด้วยว่า ออกมาแล้ว ๆ ๆ ผู้หญิงนะ/ผู้ชายนะ เวลาเท่านั้นเท่านี้นะ
เป็น step แบบนี้อยู่เรื่อยๆ จนออกมาไม่รู้กี่คนต่อกี่คน เหอเหอเหอ~~ เสียดายอีกแหละ ว่า....ไม่ได้นับ -- ---"
ทวนความจำ การคลอดจะมี 3 ช่วง คือ
ปากมดลูกค่อยๆ เปิดจนถึง 10 ซม. ----> เดินทางผ่านช่องคลอด ----> ฮึ้บบบบ ๆ จนคลอดออกมา
อันไหนเจ็บสุดเหรอ???? เหอเหอเหอ~~ ไม่บอก !! ; P
14.00 น. เจ๊กลับออกมาจากล็อค 8 ไปโผล่ที่ล็อค 5
เพราะว่าผลหน้าจอที่ได้ คุณหมอเวรเค้ารายงานคุณหมออนุวัฒน์ว่ามีการบีบตัวจริงแล้ว
และคุณหมอเวรก็ทำการตรวจภายใน นั่นก็คือสอดนิ้วเข้าไปเช็คข้างใน และก็บอกว่าปากมดลูกยังไม่เปิดเลย.....
ขอบจัย --- ---;; อยู่มา8 ชม. แล้ว ไม่ได้มีความคืบหน้าเลยกรู --------- ---------------"
ก็เลยให้น้ำเกลือ และก็ยาเร่งคลอด หรือยากระตุ้นที่ว่านั่นแหละ....
15.20 น. รู้สึกว่าน้องจ๋าในพุงมีการเต้นของหัวใจเร็วไปหน่อย เจ๊เลยต้องให้ออกซิเจนทางจมูก....
เค้าเต้นเกิน 150 บางทีก็ 160 หรือ 170 กว่าเลยก็มี.... ที่หัวใจเต้นเร็วเป็นเพราะว่าเค้าขาดออกซิเจน
เวลาที่มดลูกเกร็ง เจ๊จะเจ็บและก็อาจจะลืมหายใจไป เพราะมัวแต่เกร็งทำให้เด็กขาดอากาศ
หัวใจก็จะเร่งทำงาน เพื่อให้ได้อากาศ ก็เลยเต้นออกแนว J-rock ไปหน่อย เหอเหอเหอ~
15.35 น. โอวววว์ สวรรค์ทรงโปรดคุณเจร๊อย่างมาก เพราะคุณหมออนุวัฒน์เดินทางมาถึง.....
เวลาไปฝากท้องกับใครแล้วจู่ๆ ก็เจ็บท้องไปนอนรอที่โรงพยาบาล ก็โปรดทำใจไว้เลย
เพราะว่าคุณไปถึงแล้ว ไม่มีวันได้เจอคุณหมอในทันทีหรอก เพราะเค้ามีหน้าที่อย่างอื่น
และเมื่อเสร็จภารกิจแล้วถึงจะมาหาเราได้ แต่จะดีอย่างถ้าเราฝากกับอาจารย์หมอ หรือแพทย์ที่มีศักยภาพเพียงพอหน่อย
เค้าก็จะมีแพทย์ลูกมือ หรือลูกน้องที่คอยดูแลเอาใจใส่เรา และคอยส่งข่าวเรื่องของเราให้คุณหมอตลอด....
คิดอยากจะไปขอบคุณคุณหมอเวรคนนั้นซะจริง....เพราะเค้าพูดจาดีกับเจ๊มากๆ เลย.... T_T ซาบซึ้ง....
พอคุณหมอมาก็ได้รับการรายงาน หรือเค้าจะเรียกว่า "ประเมิน" ในส่วนของคนไข้
หมอก็มาทักทายและก็สอบถามอาการเราด้วย ยังแซวเลยว่า "เมื่อวานเราเพิ่งเจอกันนิ?" (ก็เมื่อวานไปหาเค้าที่คลีนิคตามปกติ)
แล้วพยาบาลก็ให้เราออกไปเจอญาติ ซึ่งก็หน้าตาเดิ๊มเดิม ก็อิตารุคาว่านั่นแหละ she ยังไม่ได้ลุกไปไหน....รอลุ้นอยู่ข้างนอก
เจอหน้าปะป๊าเห็นตาแดงๆ ก็คิดว่าคงนอนหลับรอ ไม่ยอมกลับบ้าน....เห็นหน้าคราวนี้น้ำตาร่วงเลย
ฟ้องปะป๊าว่า "น้องจ๋าทำหม่าม้าเจ็บจังเลย ปะป๊าบอกน้องจ๋าหน่อยสิว่าอย่าทำหม่าม้าเจ็บ....."
เศร้าซะ เพราะเห็นหน้ารุคาว่านั่นแหละ....แต่กำลังใจยังเต็มเปี่ยม ทั้งๆ ที่คิดมาตลอดว่า เพื่อนที่เพิ่งคลอด
หรือน้าที่เพิ่งได้คุยเมื่อไม่กี่วัน เค้าบอกว่าเค้าคลอดง่าย เจ็บแป๊บเดียวเอง....ไอ้เราก็ยังมีกำลังใจ....
เมื่อเช้า 100% ตอนนี้เกือบเย็น บวกกับผ่านชีวิตกำเนิดใหม่ ไปหลายคนแล้ว ก็อาจจะหดเหลือ 80-90% แล้ว... U_U
ตอนที่คุยกับปะป๊าอยู่ ไอ้ตอนที่น้ำตากำลังร่วงๆ นั่นแหละ คุณหมอก็เดินออกมา อธิบายอาการของเจ๊ให้รุคาว่าฟัง
ว่า "มีอาการบีบตัวของมดลูกนะ แต่ปากมดลูกยังไม่เปิด ผมให้ยากระตุ้นไปแล้ว เดี๋ยวขอดูอีกทีละกันว่าประเมินแล้วเป็นไง"
ว่าแล้วคุณหมอก็บอกให้เจ๊กลับเข้าไปใหม่ นอนที่ล็อค 5 ตามเดิม....แล้วเค้าก็ตรวจภายในให้อีกครั้ง
ปรากฏว่าปากมดลูกเปิดได้ 1.5 ซม.....หมอก็บอกว่า "เดี๋ยวผมจะกระตุ้นให้เปิดอีกนิด(ด้วยมือเค้านั่นแหละ) เจ็บหน่อยนะ"
จะมีอะไรที่เจ็บไปกว่าเสียงโอดครวญของบรรดาแม่ๆ ได้อีกเล่าคะหมอ U_U เจ๊ก็ทนๆ เอา....
หมอก็บอกว่า "ผมแตะโดนหัวเค้าแล้ว รอให้ปากมดลูกเปิดเรื่อยๆ ละกัน และก็มีมูกเลือดออกมาด้วยนิดหน่อย...."
สุดท้ายหมอก็บอกกับหมอเวรว่า "ให้ยาเร่งคลอดต่อเลย.....เดินเครื่องต่อได้เลย"
และเจ๊ก็ไม่ได้กลับไปคุยกับรุคาว่าอีก (กะว่าถ้าไม่มีอะไรคืบหน้าก็อาจจะได้กลับไปนอนรอที่บ้านก่อน)
16.30 น. ก็ให้ยากระตุ้นอีกรอบตามหมอสั่ง....แน่นอนว่า ไม่ได้กินอะไรแน่ๆ เพราะคนที่รอคลอดจะห้ามกินอะไร
เพราะอาจจะต้องผ่าตัดฉุกเฉิน ก็ไม่ควรจะมีอะไรในท้อง....
เจ๊ซัดแต่น้ำเกลือ....กับภาพเลือนลางของข้าวที่เหลือครึ่งจาน...เมื่อเช้า...
22.45 น. เวลามันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้ามากๆ....จนคิดประโยคอะไรไม่ออกแล้วที่จะบอกกับน้องจ๋าว่า "อย่าทำหม่าม้าเจ็บนะ"
หม่าม้าก็กลัวอยู่เป็นทุนเดิมแล้ว แต่ปะป๊าก็อยากให้คลอดลูกเอง หม่าม้าก็ใจสู้สุดๆ แต่ตอนนี้ก็เริ่มดึกแล้ว.....
คาดว่าปะป๊าคงกลับไปบ้านนานแล้วล่ะ เพราะเค้าให้เยี่ยมได้แค่ 18.00 น. เท่านั้น....
ตอนที่ออกไปคุยกับรุคาว่าเมื่อเย็น มีคนนึงเป็นแฟนฝรั่งด้วย ก็จะมาคลอด ปากมดลูกเค้าเปิด 3 ซม.แล้ว....
หม่าม้าดีใจกับเค้าด้วย... U_U
คุณหมออีกคนที่เป็นหมอกะดึกมั้ง....คุณหมอเวรที่พูดเพราะๆ กับเจ๊เค้าออกเวรไปแล้ว คราวนี้เป็นอีกคน.....
ก็มาตรวจภายใน ปรากฏว่าปากมดลูกเจ๊เปิดได้ 3 ซม.แล้ว....ดีใจโคดๆ ทั้งๆ ที่ก่อนเค้าจะเอ่ย
ก็นึกไปว่าน่าจะเปิดได้สัก 6-7 ซม.แล้วมั้ง เพราะเริ่มเจ็บมากๆ แล้ว แต่ยังไม่เจ็บในส่วนล่างๆ เลยนะ แบบว่ายังไม่เลื่อนลงต่ำน่ะ
ไอ้ที่ดีใจโคดๆ ตะกี้ ล้อเล่น....เพราะเค้าบอกว่าเปิดแค่ 3 ซม. กุจะบร้าาาา~~~ >_<~!!!
มาอยู่เลยรอบเข็มนาฬิกาแล้วยังได้แค่นั้นเอง โฮกกกก ตอนนี้หัวใจห่อเหี่ยวเหลือ 60% ได้มั้ง.....
แถมยังได้ยินโทรศัพท์อยู่เป็นระยะๆ ห่างๆ รุคาว่าคงโทรมาสอบถามว่าเจ๊คลอดน้องหรือยัง เพราะเวลาที่หมอพูดกลับไป
เค้าก็บอกลักษณะที่เป็นอยู่ของเจ๊เลย อย่างปากมดลูกยังเปิดแค่ 3 ซม.เองคะ ฯลฯ เท่านั้นแหละ เจ๊นอนร้องไห้บนเตียงเลย
แบบ...คิดถึงรุคาว่าโคดๆ ในขณะนั้น ไม่ได้คิดถึงใครเลย อยากได้ยินเสียงเค้ามากๆ......
นึกถึงอารมณ์ตรงนั้นแล้วน้ำตาจะไหลเลยอ่ะ TT__TT
23.00 น. ให้ออกซิเจนอีกแล้ว....ก็น้องหัวใจเต้นเร็วจัง....U_U
เริ่มต้นวันใหม่...20 สค.49
00.45 น. คุณหมอมาตรวจภายใน เอานิ้วสอดเข้าไปอีกแล้ว....คุณหมออนุวัฒน์คงโทรมาสอบถามด้วยแหละ
ว่าเจ๊เดินหน้าไปถึงไหน? ผลก็ออกมาคล้ายๆ กัน คือปากมดลูกเปิด 3 ซม. กว่าๆ......
เออ แม่คุณ เกือบ 2 ชม. ได้มาแค่ "กว่าๆ".....แล้วเมื่อไหร่กุจะได้ออกลูกกกกกกกกกก >_<~!!! ???????????
03.30 น. อย่าแปลกใจว่าทำไมมันยังไม่หลับ....หึ หึ คงหลับลงอ่ะนะ ------ ----------"
cd drama สดๆ ไม่มีใครเดินไปปิดหรือยังไงนะ????? เครียดโคดๆ ก็ตรงคนที่บอกว่าเป็นเมียฝรั่งน่ะ --- ---;;
จำขั้นตอนที่เจ๊บอกได้มั้ยว่า เวลาจะคลอด จะต้องมีช่วงปากมดลูกเปิด 10 ซม ---> เดินทางผ่านช่องคลอด ---> คลอดออกมา
ปกติแล้วช่วงเดินทางผ่านช่องคลอด ตามที่ได้ยินตั้งแต่เข้ามานอนรออ่ะนะ
บางคนก็ฮึ้บ 3 ที เด็กก็ออกมา บางคนก็หลายทีหน่อย.....เพราะเค้าจะกรี๊ดๆ ด้วย จริงๆ ช่วงนี้ไม่ควรกรี๊ดดดดด
เพราะจะทำให้เด็กไม่มีอากาศ และแม่จะไม่มีแรงเบ่ง ช่วงฮึ้บเนี่ย ควรจะสูดหายใจเข้าไปลึกๆ แล้วเบ่งแบบเบ่งอึนั่นแหละ
แต่ก็อย่างว่า เจ๊ว่าแม่บางคนก็ไม่รู้จะทำยังไงให้ลูกออกมาแล้วล่ะมั้ง เลยกรี๊ดให้รู้แล้วรู้แร่ดซะเลย --- ----"
แต่ก็โดนหมอด่าทุกราย หุ หุ ว่า อย่ากรี๊ดคะ ให้เบ่ง....ปิดปาก แล้วก็เบ่ง เอ้า ฮึ้บบบบบบบบบ
แวะกลับมาที่เมียฝรั่ง....ขอบใจเธอมากๆ ที่มานอนเจ็บท้องอยู่ห้องข้างๆ เจ๊ TT_____TT
โอววว์แม่เจ้า เจ๊ไม่อยากจะคิดเลยว่า ได้ผัวฝรั่งลูกออกมาเป็นลูกครึ่ง.....แต่..................................................
กว่ามันจะออกมานี่อ่ะสิ.....ไอ้ช่วงฮึ้บๆ เนี่ย เท่าที่จำได้ทุกๆ คน เค้าจะไม่ค่อยเกิน ครึ่ง ชม. นะ แบบว่าถ้ารวมรอรกคลอด
รอหมอเย็บแผล ก็ไม่เกิน 40 นาที คิดว่าอย่างนั้นจริงๆ.....แต่คุณแฟนฝรั่งนี่ ร้องจะออก พยาบาลมาฮึ้บๆ ตั้งแต่ตี 1 กว่าๆ
แต่มาออกเอาจริงๆ ตอน 03.21 น. แน๊~ จำเวลาเกิดลูกเค้าได้เลยอ่ะ.....
แอบถามคุณหมอว่า ทำไมเค้าฮึ้บนานจัง หมอก็บอกว่าจริงๆ แล้วไม่ควรจะเกิน 2 ชม. ช่วงที่ให้เบ่งอ่ะนะ
เพราะเด็กจะขาดออกซิเจนแล้ว เพราะน้ำคร่ำแตกนานแล้ว และไม่ได้อยู่ในมดลูกแล้ว.....
แต่รายนี้เด็กโผล่หัวออกมาแล้วก็ผลุบเข้าไปใหม่ แม่ก็ไม่มีแรงเบ่งแล้ว ต้องเบ่งๆ หยุดๆ กัน อย่างนี้แหละที่เรียกว่า "คลอดยาก"
แต่สุดท้ายแล้วโรงพยาบาลศิริราชก็ไม่ยักกะเข็นพาเข้าห้องผ่าตัด....สงสัยไม่ได้ฝากหมอที่นี่เลยได้หมอประจำบ้านทำคลอดให้
ก็จะดันทุรังจนคลอดนั่นแหละ ศิริราชไม่นิยมผ่าให้ ถ้าเป็นเอกชนจับผ่าไปตั้งแต่ 10 นาทีแรกที่ฮึ้บแล้วไม่ออกแล้ว ----- -------"
06.30 น. ช่วงเวลาวิกฤตก็เริ่มเกิดขึ้นกะเจ๊แล้ว เพราะว่าเริ่มเจ็บท้องมากขึ้น ถี่ขึ้น แล้วก็เริ่มทรมาน นอนก้นไม่ติดเตียง
ทรมานจนแบบต้องเปิดปากร้องโอยเลยล่ะ....แต่ก็ยังเบาๆ นะ น้องจ๋า...ทำไมทำหม่าม้าเจ็บจัง.....?
รู้สึกว่าเริ่มเจ็บต่ำลงๆ ตั้งแต่ตี 3 แล้วแหละ....คิดว่าอาการของคนใกล้คลอดคงใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว.....
ตอนที่นอนเจ็บก็มีอีกแหล่ว --- ---" คราวนี้ห้องคนละฝั่งกับคุณแฟนฝรั่ง (เจ้านี้หลังเด็กออกมาก็เงียบ คงหลับผล่อยไป
ดีใจด้วยยย >.<~!)
คราวนี้เป็นอีกฝั่ง แล้วก็เจอกับหมอประจำบ้านที่เป็นผู้ชาย....ที่ ----------- --------------"
แบบเนี้ย...."เบ่งสิคุณ! คุณไม่เบ่งแล้วจะออกได้ไง"
"อย่ากรี๊ด กรี๊ดทำไม ไม่ทำให้เด็กออกมาหรอก! เบ่งสิคุณ อีกนิดเดียว...."
ถัดจากคำว่าอีกนิดเดียว เจ๊ก็เห็น he เดินออกมาจากล็อค แล้วก็เดินผ่านล็อคเจ๊ไปเฉย....อีกนิดของมัน ------ --------"
อีกนิดของคนอื่นนี่แบบ เตรียมใส่ถุงมือ รอรับเด็กที่จะหลุดออกมา นั่งประจำที่ ฯลฯ แล้วหวะ --- ---"
ก็นอนฟังอยู่เกือบ 30 นาที แทบอยากจะเขวี้ยงอะไรผ่านล็อคไป....ไม่มาเป็นคนเจ็บมั่งให้มันรู้ไป ไอ้พวกผู้ชายเนี่ย ---- -------"
7.00 น. คุณหมอเวรคนเดิมกลับมาประจำการอีกครั้ง ก็มาเจออีกรอบ มีการทักทายว่า "แหม นึกว่าคลอดไปแล้วนะคะ"
และก็แทบจะทุกคนเลย ทั้งพยาบาล หรือผู้ช่วย....คือพวกพยาบาลและผู้ช่วย จะสนิทชิดเชื้อกับคนไข้มากๆ เพราะว่า....
ต้องคอยเช็ดฉี่ให้ทั้งคืน.....คือคนไข้จะมีสายน้ำเกลือ และก็การฉี่จะต้องทำความสะอาดทุกครั้ง
เค้าเลยต้องมีคนคอยทำให้ตลอด ต้องเอาที่รองฉี่มาวางให้ เช็ดแอลกอฮอล์ให้.....
พูดถึงแล้วก็น่าขอบคุณคนเหล่านี้มากๆ คือแบบเป็นใครก็ไม่รู้ พ่อแม่ก็ไม่ใช่
แต่ต้องมาคอยเช็ดคอยล้างส่วนล่างให้....น่านับถือในหน้าที่ของเค้าจริงๆ นะ....
กลับมาที่คุณหมอเวรประจำใจของเจ๊.....เห็นหน้าหมอแล้วก็ เอาวะ....สงสัยจะต้องคุยกันสักตั้ง
ก็เลยบอกคุณหมอว่า "คุณหมอ โทรตามคุณหมออนุวัฒน์ให้หน่อย ไม่ไหวแล้วคะ ผ่าเถอะคะ"
"คุณสุภลักข์คะ ใจเย็นๆ นะคะ เดี๋ยวหมอเร่งยาให้หน่อยก็แล้วกัน จะได้ไม่ปวดนาน"
"ม่ายยยยยยคะ !!!" <---- เสียงแข็งมากกกก
"เร่งให้ แล้วกว่าจะคลอด กว่าคุณหมอจะมา"
โด่...อย่ามาหลอกอิชั้นให้ยาก --- ---" อิชั้นนอนคำนวณมาทั้งคืนแล้วล่ะหมอ หึ หึ -__,-"
"ใจเย็นๆ นะคะ เดี๋ยวหมอโทรรายงานคุณหมอให้คะ"
"ไม่ต้องรายงานคะ....*น้ำตาเริ่มไหลพรากๆ* ให้คุณหมอมาเลยนะคะ มาผ่าเลย หนูไม่ไหวแล้ว ไม่มีแรงแล้วคะ
อยากคุยกับญาติ หมอบอกให้แฟนเข้ามาหน่อยได้มั้ยคะ" ประมาณว่าตอนนั้นคิดว่ารุคาว่ามาแล้วแน่ๆ
เพราะเค้าให้มาเยี่ยมได้ตั้งแต่ 6.00 แล้ว...คาดว่ามันคงตื่น -- --"
"เดี๋ยวหมอโทรคุยกับหมออนุวัฒน์ให้นะคะ"
"บอกให้หมอรีบมานะคะ ไม่เอาแล้วยาเร่ง ถอดเลยนะคะ ไม่เอาแล้ว...." คร่ำครวญอยู่พักเล็กๆ....
หมอคนนั้นก็โคดใจอ่อน เห็นน้ำตาที่ไหลจริงและก็พยามให้มันออกมาเยอะๆ ด้วย ; P ก็ต่อสายหาคุณหมออนุวัฒน์
"หมอโทรบอกให้แล้ว เดี๋ยวคุณหมอจะมานะคะคุณสุภลักข์"
"เอายาเร่งออกด้วยนะคะ ไม่เอาแล้ว ขอผ่าดีกว่า นะคะหมอ...."
หมอก็หันไปคุยอะไรสักแป๊บกับหมออนุวัฒน์ทางมือถือ....สักพักก็กลับมาที่เตียงคุณสุภลักข์
"ช่วงสายๆ คุณหมอจะมานะคะ เดี๋ยวหมอจะเอายาเร่งออกให้แล้วจะให้หลับพักผ่อนนะคะ"
ใจชื้นขึ้นมาเป็นกอง...แสดงว่าคำร้องขอจากคนไข้คงได้ผล.....แม้ว่ายังไม่รู้ว่า "สายๆ" นั้น คือกี่โมง....
ตอนนั้นไม่คิดอะไรแล้ว ผ่าก็ผ่า....ไม่ไหวแล้วจริงๆ นอนรออยู่เป็นวันนึงเต็มๆ แล้ว....แถมประสบการณ์ในการนอนรอนั้น
ก็เหลือกินจริงๆ คนมาคลอดประมาณ 20 คน....ก็มีประสบการณ์ 20 รูปแบบ แล้วเจ๊ล่ะ? จะออกมาเป็นแบบไหน?
ไม่รู้เลยอนาคตเลยอ่ะ....อาจจะต้องร้องกันเป็น ชม. ก็ได้ เพราะช่วงนั้นก็โคดจะเจ็บมากๆ แล้ว รู้ซึ้งถึงการเจ็บท้องจะคลอดลูกเลย
มันแบบทนไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่ได้..."โอย"...ออกมาซะบ้าง....เจ๊ล่ะนับถือคนที่เป็นแม่อย่างเต็มเปี่ยมจริงๆ.....
(ตอนพักฟื้นมีแต่คนถามว่า ตอนนั้นนอนคิดอะไร? ราวกับอยากจะให้เจ๊บอกว่า คิดถึงแม่ตอนเจ็บ....
แต่จะบอกว่า เปล่าเลย ลืมนึกถึงไปเลย คิดถึงแต่น้องจ๋าว่า อย่าทำหม่าม้าเจ็บสิลูก...และก็นอนฟังเสียงชาวบ้านทั้งคืนไม่ได้หลับ
คือไม่มีโอกาสได้คิดถึงเรื่องอื่นเลยอ่ะ นอกจากเสียงรอบข้างที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ)
สุดท้าย....ทั้งร่างกายที่ไม่ค่อยได้นอนมาทั้งคืน และก็จิตใจที่หดหู่ซะเหลือเกิน ใจไม่สู้แล้ว บอกตรงๆ
นอนรอคลอดอยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่คนอื่นๆ ก็ผ่านกันไปหมดแล้ว....ใจตอนนั้นเหลือสัก 20% ได้แล้วมั้ง 55555555555
8.25 น. เทพบุตรมาโปรดจริงๆ ปกติหมอก็หน้าตาดีอยู่แล้ว คุยก็ดี พูดจาไพเราะมากๆ ไม่เสียใจเลยที่เลือกหมอเป็นหมอสูติฯ
ตอนนั้นรู้สึกว่าเหมือนโดนยาสลบได้มั้ง --- ----" หลับไปสัก ชม.ได้มั้ง เพราะมองนาฬิกาตลอด เห็นหน้าคุณหมอมาอยู่ใกล้ๆ
โคดน่ารักเลย และก็มีกำลังใจขึ้นมาสุดๆ เพราะจะได้เจอน้องแล้ว ทั้งๆ ที่ยังลืมตาไม่ค่อยขึ้น หมอพูดอะไรสักอย่าง
รู้เรื่องแต่ว่า "หมอคงผ่าให้หนูละกัน" เพราะว่า บลา ๆ ๆ ๆ ๆ หรือ เบลอ ๆ ๆ ๆ นี่แหละ.... --- ----"
แล้วหมอก็บอกว่าให้นอนสักพักละกัน ตอนนั้นไม่รู้สึกเจ็บท้องเลย เพราะว่าเอายาเร่งออก.....สุดยอด ไอ้ยาเร่งเนี่ย ---- -----"
ก็แค่เจ็บเป็นช่วงๆ ไม่มาก เหมือนช่วงเพิ่งเจ็บท้องใหม่ๆ
10.00 น. ก่อนหน้านั้นก็มีพยาบาลและหมอจำนวนนึงมาทำอะไรกับเจ๊นี่แหละ ทั้งสวนฉี่(คือสอดท่อที่ปลายเพื่อให้ฉี่ลงถุง)
แล้วก็เอาใบอะไรมาให้เซ็น เจ๊ก็ถามว่า "ต้องให้แฟนรู้ด้วยมั้ย"
หมอบอกว่า "ไม่ต้องครับ" แค่เราเซ็นคนเดียวก็ได้ เพราะเรายังมีสติดีอยู่(แน่รึ??)
คนที่จะตัดสินใจให้ผ่า หรือไม่ผ่าได้นั้น คือคุณหมอเจ้าของไข้เท่านั้น....และผู้ป่วยก็เซ็นรับรองคำวินิจฉัย
สำหรับที่ต้องให้ญาติเซ็นเพราะผู้ป่วยอาจอยู่ในสภาพที่ไม่รู้สึกตัวมากกว่า....
แล้วก็เตรียมตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า ฯลฯ เพื่อเข้าห้องผ่าตัด และแล้วเจ๊ก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด.....ตอน 10 โมงกว่าๆ....
เห็นหน้ารุคาว่าครั้งแรกในรอบปีเลยมั้ง >.<~!! รู้สึกอย่างนั้นจริงๆ ปะป๊ามองหน้าถามว่าเป็นไงมั่ง?
เจ๊เลยบอกว่า "ขอผ่าน้องออกนะ หม่าม้าไม่ไหวแล้วจริงๆ" แล้วรุคาว่าก็ยิ้มให้ แล้วก็เอื้อมมือมาจับ....
และเดินไปด้วยจนถึงแค่หน้าห้องผ่าตัด.....รุคาว่าเข้าไม่ได้.....
เมื่อเข้ามาห้องผ่าตัดแล้ว ก็เห็นคนเยอะแยะไปหมด ไม่รู้จะอยู่กันทำไมเยอะแยะ ทำให้แปลกใจขึ้นมานิดนึง
ว่ามันจะยากหรืออย่างไร แต่ใจน่ะไม่กลัวนะ เพราะเตรียมใจว่า ชั้นจะผ่าแน่นอน....
บรรยากาศในห้องนี่ดีมากๆ อาจารย์หมออนุวัฒน์ของทุกคน ดูเป็นกันเองมากๆ ในนั้นมีทั้งผู้ช่วย ลูกมือ และลูกศิษย์
แถมคุยถึงเรื่องลูกเต้าของคุณหมอ ฯลฯ....ขณะที่กำลังทำอะไรเจ๊ไปเรื่อยๆ จัดโน่นจัดนี่ ติดโน่นติดนี่....
ก็เริ่มตั้งแต่ บล็อคหลัง! วิสัญญีแพทย์ค่อนข้างจะชำนาญแน่ๆ เค้าให้ผู้ช่วยกอดเจ๊เอาไว้ให้นอนตะแคงข้าง
แล้วก็บอกให้เจ๊งอตัวให้มากที่สุด แล้วเค้าก็ฉีดเข้าสันหลัง.....รู้สึกเล็กน้อยว่ามีเข็มจิ้มแต่ไม่ค่อยเจ็บมาก (ปกติไม่ค่อยกลัวเข็มน่ะ)
แต่ไอ้ยาที่ฉีดเข้าทางสายน้ำเกลือนี่อ่ะดิ โหยยยย เจ็บจี๊ดๆ เลย ที่หลังมือน่ะ....เรียกความสนใจไปหมด
ไอ้ที่ฟังมาจากรุคาว่าว่าบล็อคหลังนี่จะเจ็บ อิชั้นเถียงหัวชนฝาเลยอ่ะ....แต่คราวรุคาว่าเค้าใช้เครื่องมั้ง
แล้วก็เข็มใหญ่มากกก (แต่อิตารุคาว่ากลัวเข็ม มันอาจจะใหญ่ไปหมดก็ได้ -- --") แต่ของเจ๊ใช้มือแพทย์.....
สักพักก็ให้นอนหงาย มีผ้ามากั้นสูงๆ ที่อกไว้ ไม่ให้เห็นช่วงล่าง แล้วก็กางแขนทั้งสอง หมอก็คอยถามว่า รู้สึกมั้ยหมอจิ้มที่แขน
และก็จิ้มที่ขา....ตอนนั้นรู้สึกเลยว่า ยาชามันวิ่งขึ้นมาเรื่อยๆ เร็วมาก....จนรู้สึกชาถึงช่วงอก ยาที่ให้ก็มียาแก้อาเจียนด้วยหมอบอก
โล่งอก อะไรไม่กลัว กลัวอ้วกอย่างเดียวแหละ แหะๆ ; P จนความรู้สึกช่วงล่างเหลือน้อยมาก หมอก็เริ่มกรีดที่หน้าท้อง
เจ๊ไม่ได้หลับนะ เค้าก็ถามโน่นถามนี่ คุยโน่นคุยนี่ เค้าให้เจ๊ใส่หน้ากากออกซิเจน เลยไม่ได้คุยโต้ตอบ ไม่งั้นเม้าท์กันไปแล้ว 5555
ใจก็เต้นนิดหน่อย นึกไปว่าหมอกำลังทำอะไร ขณะที่หมอก็คุยกับคนอื่นๆ ไปเรื่อยๆ นั่นแหละ....เพลิ๊นนน เพลิน.... --"--
พอรู้สึกเหมือนหมอกดที่หน้าท้องเป็นระยะๆ นั่นคือคงจะช่วยดันรอบข้างให้เด็กโผล่ขึ้นมา
ทุกคนก็ช่วยลุ้น และก็บอกเจ๊เรื่อยๆ เสียงคุณหมอเอ่ยขึ้นคนแรก...."รกลอกตัวก่อนนิ...."
และคนอื่นๆ "เห็นหัวเด็กแล้ว" "โห...ผมดกจังเลยคะ" "ออกมาแล้ว....อุ๊ยยย ใกล้แล้วคะ" "มาแล้วๆ..." ฯลฯ
เจ๊ก็นอนยิ้มๆ ไปเรื่อยๆ.....จนรู้สึก(น้อยมาก)ว่า ลูกออกมาแล้ว.....และหมอก็แถมโปรโมชั่นให้เล็กน้อย
"คุณสุภลักข์ยังมีไส้ติ่ง หมอตัดออกละกันนะครับ มีเศษอาหารเข้าไปอุดตันด้วย เดี๋ยวจะปวดเปล่าๆ"
เจ๊ก็ได้แต่พยักหน้ารับไปงั้น เพราะกำลังรอฟังเสียงร้องของน้อง....(ที่หมออีกคนเค้าคงเอาไปทำความสะอาดไกลๆ)
สักพักเค้าก็ร้องเหมือนไอแค่กๆ.....คุณสุภลักข์ก็ยิ้ม...... ^ ^ น้ำตาอยากจะไหล แต่ตาแห้งเหลือเกิน....
"นี่คะ...หันหน้ามามองลูกหน่อยนะคะคุณแม่...."
เจ๊หันซ้าย...แล้วแหงนมอง...เห็นไอ้ตัวเล็กกำลังทำหน้ายู่ยี่.....หมอก็เอามาใกล้ๆ ให้หอม....
เจ๊แหงนหน้าหอมแก้มน้องจ๋า...............หอมมาก..............ทั้งๆ ที่ตัวเค้ายังมีคราบขาวๆ เต็มไปหมด.....
ขณะได้ยินเสียงคุณหมอตะโกนบอกว่า "คลอด 10 โมง 56 นาที" เจ๊จำได้เลย.....เค้าเอาน้องมาให้ดูแว๊บเดียว
คุณหมอที่รักยังคงง่วนกับแผลมั้ง ก็ได้ยินเสียงดูดๆ อะไรสักอย่างนั่นแหละ....สงสัยดูดออกไปซะหมดพุงเลยมั้ง 5555
ระยะเวลาการทำให้ชา หลังฉีดบล็อคหลัง ไม่เกิน 10 นาที มันวิ่งร้อยเมตร เร็วมากกกกกก ---- -------"
ระยะเวลากรีด และ เอาน้องออกมาจากพุง ไม่เกิน 15 นาที
ระยะเวลาเก็บงาน ประมาณ 15 นาที ได้มั้ง.....รวมๆ แล้วไม่เกิน ชม. เลยอ่ะ -----"------
เมื่อเย็บแผลเสร็จแล้วก็โดนเข็นออกจากห้องผ่าตัด ไร้ความรู้สึกที่ช่วงล่างมากๆ....เพราะยังชาอยู่
หน้าห้องผ่าตัดหน้าสุดก็เจอรุคาว่า และก็พ่อกับแม่ และก็ญาติอีก 2-3 คน....พ่อกับแม่ก็เดินเข้ามาลูบหัว เจ๊ก็บอกว่าไม่เป็นไร
และก็ถามว่า "เห็นน้องรึยัง?" ทุกคนก็บอกว่าเห็นแล้ว เพราะเค้าเข็นน้องออกไปก่อนหน้าแล้ว
หลังจากนั้นเจ๊ก็ต้องไปที่ห้องพักฟื้นหรืออะไรซักอย่าง แบบให้ไปนอนดูอาการเงียบๆ กับพยาบาลที่ห้องกว้างๆ ใหญ่ๆ
2 ชม. ได้มั้งที่นอนอยู่และก็ช่วงล่างก็ยังชาๆ อยู่.....และเมื่อประมาณ 14.00 น.
ก็โดนเข็นออกไปที่ห้อง 1311 เป็นห้องรวม 4 เตียง อย่างที่บางคนเคยได้ไปเห็นนั่นแหละ
เค้ายังไม่เอาน้องมาให้ดูเลย เพราะว่าน้องผ่าออก ต้องอยู่ในความดูแลของหมอก่อน
เด็กที่ต้องผ่าในช่วงแรกจะมีปัญหาเรื่องปอด และระบบการหายใจ เพราะจู่ๆ เค้าก็โผล่ออกมาจากท้องแม่เลย
ไม่เหมือนกับคนที่คลอดเอง เพราะเด็กจะค่อยๆ ปรับตัวมาเรื่อยๆ จนกว่าจะออกจากตัวของแม่....
เพราะงั้นน้องจ๋าจะยังปรับตัวไม่ได้ ไม่รู้ว่าเค้าต้องเอาไปทำอะไรก่อน ถึงจะเอามาอยู่ในสภาวะที่ปกติได้
แล้วช่วงค่ำประมาณ 19.00 น. น้องจ๋าก็ได้มาอยู่ในอ้อมกอดหม่าม้าเป็นครั้งแรก.....
....เราเจอกันอีกแล้วลูกหมาน้อยของแม่....^ ^

สรุปแล้ว....น้องจ๋ามีการลอกตัวของรกก่อนจะถึงเวลาคลอด สารในรกทำปฏิกริยากับมดลูก เลยทำให้มีการบีบตัว
แต่ปากมดลูกยังไม่เปิด เพราะยังไม่ถึงเวลา แต่น้องอายุ 37 สัปดาห์แล้ว สภาพเค้าสมบูรณ์และพร้อมที่จะออกมาได้
คุณหมอเห็นว่า เร่ง+กระตุ้น มานานมากแล้ว รวมเวลา 27 ชม. กว่าจะคลอด เพราะฉะนั้น เมื่อเห็นน้ำตาหม่าม้า
เลยยอมให้น้องจ๋าออกมาเจอหม่าม้าโดยดี ด้วยการผ่าตัดคลอด.....
เรื่องจริงเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า.....
ถ้ากุรู้ว่า 15 นาที ก็ได้เห็นหน้าน้อง กุผ่าตั้งแต่แรกดีกว่าว้อยยยยยยยยยย >_<~!!!
:
:

ขอบคุณคุณหมอเวรทั้งกะเช้ากะดึกทั้งสองคนมากๆ ที่คอยมาเป็นกำลังใจตลอดเวลา
ขอบคุณคุณหมอท่านอื่น หรือไม่ก็ผู้ช่วย หรือไม่ก็พยาบาลประจำกะนั้นๆ ที่คอยเช็ดฉี่ให้สะอาด
ขอบคุณที่ขาดไม่ได้คือคุณหมออนุวัฒน์ ที่เล็งเห็นความลำบาก+กลัวของหม่าม้าที่ไม่มีใจจะสู้พอ U_U
ขอบคุณมากที่สุดคือรุคาว่า ที่เกิดมาเพื่อให้เจ๊เห็นใบหน้าทุกครั้งในยามที่พยายามหลับตาและกำลังต่อสู้กับใจตัวเองอยู่ตลอด.....
ขอบคุณคนอื่นๆ ด้วย....สาธยายไม่หมด.....
และขอบอกอีกอย่างว่า "ประสบการณ์การคลอดของแต่ละคน ไม่เหมือนกันแน่นอน"
และใช่ว่าการคลอดของคนอื่นจะลำบากยากเย็นเหมือนเจ๊ เพราะงั้นอ่านแล้วไม่ต้องกังวลไป เหอเหอเหอ~ -__,-"
ร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทารกที่อยู่ครรภ์ก็มีความแตกต่างกัน เพราะงั้นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างเจ๊ก็ได้
หลังจากผ่านวิกฤตกู้น้องจ๋า 2-3 วัน เจ๊ก็เริ่มดีขึ้น เริ่มแข็งแรง แผลผ่าอะไรนั่นก็ไม่ได้ทำให้เจ๊เป็นอะไรเลย
ทั้งบวมช้ำ หรืออักเสบ หรืออ้วก <--- อันนี้กลัวสุด >_<~!!! ก็เดินได้ เข้าห้องน้ำได้ จนญาติๆ ยังบอกว่าเก่งจัง....
แต่จริงๆ คนอื่นอาจจะฟื้นตัวเร็วแบบนี้ก็ได้นะ....เพียงแต่ญาติๆ เจ๊อาจจะไม่เคยมีใครรู้รสแบบนี้เลยชมว่าเก่งก็เป็นได้....
และแล้วก็ยังมีวิกฤติระลอก 2 อีกรอบ ------ -----------" หมอกำหนดกลับให้วันพฤหัสที่ 24 ส.ค. แหม~ จะได้กลับอยู่แล้ว
แต่วันที่ 23 หมอมาตรวจ ปรากฏว่า น้องจ๋าตัวเหลือง ภาวะตัวเหลือง คือ ภาวะที่เด็กไม่สามารถขับสารสีเหลืองออกจากตัวได้
เม็ดเลือดแดงซึ่งแตกตัวและมีสารเหลืองปนมาด้วยนั้น ก็ยังทำงานต่อไปเรื่อยๆ สารเหลืองเลยยังค้างคาอยู่ในตัว
จริงๆ แล้วการขับออกมาคือ ตับ จะเป็นตัวขับออกมาเป็นฉี่ แต่ตับของน้องยังเล็ก ยังทำงานเองไม่ค่อยได้
เลยทำให้มีสารเหลืองค้างอยู่....ตอนอยู่ในท้องแม่ แม่จะเป็นตัวกำจัดให้ทุกอย่างอยู่แล้ว....
ประกอบกับน้องไม่ค่อยได้กินนมแม่(ยังไม่มีน้ำนม+ยังให้ดูดไม่เป็น) เลยทำให้น้องฉี่น้อย.....
การรักษาของทางโรงพยาบาล คือ การส่องไฟ ด้วยแสงบลูไลท์ น้องจ๋าโดนส่องไฟหนักหน่อย โดนไป 12 หลอด บน 6 ล่าง 6
คือนอนบนพลาสติกใส แล้วก็มีไฟนีออนจ่ออยู่ แถมให้น้ำเกลืออีก อิชั้นเห็นสภาพลูกครั้งแรก ยืนน้ำตาท่วมจอ....
อะไรฟร่ะ??? ตัวแค่นี้ ต้องมาโดนเข็มจิ้มซะแล้ว...โฮกกกกกกกกกกกก TT____TT สงสารน้องจ๋าเจรงๆ
คนอื่นโดนแค่ 6 หลอด คือด้านบนด้านเดียว และไม่ต้องให้น้ำเกลือ.....เจ๊เลยสงสารลูก.....
ต้องรอน้องส่องไฟให้เกณฑ์สารเหลืองเป็นปกติ คืออยู่ที่ไม่เกิน 12 แต่น้องจ๋าเก็บแต้มไปซะ 18 --- ----"
รอให้ลดอยู่ 3 วัน คือไต่ระดับจาก 18 --> 14 --> 10 --> 8 ในวันเสาร์ที่ 26 ส.ค. และวันรุ่งขึ้นก็ได้กลับบ้าน
กลับมาได้สองวัน ต้องโกยอ้าวกันไปโรงพยาบาลอีกทั้ง 3 คนแม่ลูก....แวะเข้า รพ.ธนบุรี....ก็เจ๊ดันไอแบบระคายคอ เลยติดน้อง
น้องจ๋าเลยเป็นหวัดไปเลย รุคาว่าก็ไม่สบายด้วยเพราะไปนอน รพ. เสียตังค์ไปเปล่าๆ กัน 2-3 วัน ตอนรอน้อง
โดนหมอจ๋าจับน้องดูอาการซะ 3 คืน.....สบายกระเป๋าไปเลย เหอเหอเหอ~~
ศิริราช ประมาณ 33,000 บาท ธนบุรี ประมาณ 11,000 บาท
น้องจ๋าเกิดมาได้จะ 2 อาทิตย์ สูบเงินหม่าม้ากะปะป๊าไปเกือบ 5 หมื่น --"--
ประสบการณ์ที่น่าปวดหัวมากกว่าเรื่องใดละก็....มิงเอ๊ย~~ ก็พวก ทฤษฎีต่างๆ ที่ผู้ใหญ่ได้กันมาคนละอย่างสองอย่าง
ประเภทอันนั้นกินไม่ได้ อันนี้ทำไม่ได้ ทำไมไม่ทำอย่างนี้ ห้ามทำอย่างนั้น ต้องทำแบบนี้.... @_@
มึนหัวชริบหาย =__=" ไม่รู้จะเชื่อใครดี ทั้งหมอปัจจุบัน หมอแผนโบราณ หมอไม่ได้รับเชิญ....เพรียบบบบบบ!
ทำก็โดนคนโน้นว่า ไม่ทำก็โดนคนนี้ว่า ปวดหัวดีแท้เลยล่ะเอ็ง U_U
ณ วันนี้ ผ่านมาจะเกือบเดือนแล้ว....ก็เพิ่งจะรู้ซึ้งถึงความยากลำบากในการเลี้ยงใครซักคนเหมือนกัน
แต่น้องจ๋าไม่ดื้อเท่าไหร่ รึยังไม่ได้แผลงฤทธิ์เท่าไหร่? และโชคดีที่ปะป๊ารุคาว่าก็อยู่ด้วยตลอด
ไม่ได้ไปบ้านแม่ เพราะงั้น ก็เลยเลี้ยงน้องจ๋าแบบงมโข่งกันอยู่ 2 พ่อแม่มือใหม่....
เฮ้อ~~ ไม่ค่อยเหนื่อยหรอก แต่ก็ไม่ค่อยได้นอนเต็มอิ่ม แต่ก็เอาเถอะ ยังมีกำลังใจดีทั้งพ่อและแม่แหละ ^ ^
เพราะบางทีก็มีเรื่องฮาๆ ตลกๆ กับท่าทางของน้องจ๋า หรือเวลาที่เค้าทำหน้าทำตาแปลกๆ ทั้งยิ้ม ทั้งเอ๋อๆ ตลกดี
หรือทำหน้าตาเฉยเมยไม่รู้เรื่องรู้ราวเวลาฉี่ใส่ผ้าอ้อม....หรือทำหน้าปุเลี่ยนๆ เวลาสะอึก หึหึ ------ --------"
แต่ทั้งหม่าม้าและปะป๊าก็แอบหัวเราะท่าทีแบบนั้นของเจ้าตัวเล็กที่สุดของบ้านอยู่เรื่อยๆ อย่างน้อยก็วันละครั้งสองครั้ง
ก็จะพยายามเลี้ยงน้องจ๋าให้ออกมาน่ารักๆ เพื่อให้พี่ๆ ป้าๆ น้าๆ ได้ชื่นชมละนะ




แถมอิตารุคาว่ามันดันบอก อยากได้อีกคน ----------- --------------"
แป่ว...........!
ก็จบเรื่องจริงผ่านเจร๊....เพียงแค่นี้.....สาตุ๊~~~
:
:

"หนูอายนะคะ >__<~!! ป้าๆ น้าๆ มาแอบอ่านเรื่องของหนูเนี่ย....อ๊างงงง"
:
:
โหย ขนาดคลอดปกติยังเจ็บขนาดนั้น นี่หนูเอาก้นออกน่ะ จะเจ็บขนาดไหนก็ไม่รู้